วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มุมมองของนักอนุรักษ์ภาษา

หากเราลองมองในมุมมองของนักอนุรักษ์ภาษา ก็คงอาจพูดได้ว่าภาษาไทยวิบัติจริงๆ แต่ถ้ามองในมุมมองของคนทั่วไปแล้ว อาจว่ามันเป็นพัฒนาการทางด้านภาษาก็เป็นได้ เนื่องจากในแต่ละช่วงเวลาก็จะมีศัพท์ใหม่ๆเกิดขึ้น  ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ทางภาษามากกว่า จะเป็นความวิบัติทางภาษา หรือมองเป็นเรื่องธรรมดา  อาจจะคิดว่า เอกราชทางภาษาคงไม่เสีย เพราะอย่างไรก็เป็นภาษาไทยของเรา แต่ถ้าเป็นไปได้ ทางที่ดีใช้กันให้ถูกต้องหลักตามภาษาจะเป็นการดี เพราะว่าจะไพเราะกว่า ภาษาไทยคงไม่ถูกกลืนอย่างแน่นอน และถ้าหากเราลองมองย้อนหลังไป  ภาษาไทยก็มีพัฒนาการ มาในแต่ละช่วงเวลา เช่น  สมัยก่อน ใช้สรรพนามแทนตัวเองและบุคคลรอบข้างก็ไม่หยาบคายนัก ปัจจุบันก็หยาบ หรือแม้กระทั่ง ศัพท์หลากหลายคำที่เกิดจากการเล่นสระ อย่างที่เราเคยเรียนมาสมัยมัธยมต้น  เช่นพวกคำสมาส การเล่นสระ หรืออื่นๆ ก็มีเกิดขึ้นมาในแต่ละช่วงแต่ละสมัย ซึ่งถ้าจะมองว่าเป็นความวิบัติของภาษาในสมัยนั้นๆ ก็เป็นได้ แต่ในปัจจุบันเราก็ใช้จนเป็นเรื่องปกติ แม้กระทั่งในกระทรวงศึกษายังบรรจุไว้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนเลยด้วยซ้ำไป ในสมัยก่อน คำต่างๆอาจเริ่มเปลี่ยนไปเพราะว่าการแต่งกาพย์  ฉันท์  กลอน เพื่อให้ไพเราะ หรือ อาจเป็นเพราะว่า การขี้เกียจเลยทำให้เกิดย่นสระ เรียกได้ว่าง่ายเข้าไว้ แต่ว่าในปัจจุบันนั้น ภาษาเปลี่ยนไปจากหลายองค์ประกอบ เช่น สื่ออินเทอร์เน็ต ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าในแต่ละช่วงแต่ละยุค ภาษาก็เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเอง แต่ว่าถ้าพูดให้ถูกหลักตามภาษา ก็เป็นข้อได้เปรียบของผู้พูดเอง ทั้งบุคลิกภาพ อย่างเช่น การสมัครงานในหลากหลายอาชีพ ภาษาก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ เช่น ผู้ประกาศข่าว เป็นต้น  ดังนั้นถ้าพูดให้ถูกแล้วได้ประโยชน์มากกว่าก็น่าจะพูดให้ถูกต้อง แต่ถ้าหากมองลงไปอีก ว่าอิทธิพลที่ทำให้ภาษาเปลี่ยนในยุคนี้ กลับมองว่าเป็นที่ ภาพยนตร์ ละคร หรือการตลาดของสินค้าบางอย่างส่งผลเยอะกว่าอินเทอร์เน็ตไม่น้อย เพราะว่าวัยรุ่นเป็นวัยของการเลียนแบบ แล้วส่วนใหญ่มักเลียนแบบบุคคลที่ชื่นชมอย่างดารานักร้องก็เป็นได้
         ถึงแม้ว่าจะมีผู้ใหญ่ที่เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ แต่ก็ไม่ได้นำเสนอการดำเนินงานออกมาให้เราได้เห็นกันอย่างชัดเจนเท่าใดนัก จึงเกิดกระแสที่เรียกได้ว่า ความไม่มั่นคง ทางการดำเนินงานของทางผู้ใหญ่ แล้วการที่จะแก้ปัญหาทางการใช้ภาษาของวัยรุ่นนั้น หากจะแก้โดยครอบคลุม โดยที่ไม่อธิบายหรือแม้แต่เจาะจงให้พวกเขาตระหนักถึงผลเสียที่ตามมา มีหรือที่เยาวชนจะเข้าใจโดยทั่วถึงกัน ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่า ปัญหาต่างๆเริ่มต้นจากจุดเล็กๆเพียงจุดเดียวเท่านั้น   และในขณะเดียวกัน ในมุมมองอีกแง่หนี่งก็กระทบมาจากการที่เยาวชนก็ไม่อ่านหนังสือ จึงทำให้เกิดจุดด้อย คือ คนไม่สามารถคิดคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นภาษาสละสลวยได้ ส่งผลให้เกิดภาษาสแลง คือการใช้ภาษาแบบแอ๊บแบ๊ว การใช้สำเนียงฝรั่งเข้ามาสื่อสารมากขึ้น จนกระทั่งภาษาไทย กลายเป็นภาษากลาย ซึ่งการใช้ภาษาแบบแชท เป็นผลพวงมาจากระบบการศึกษาที่ล้มเหลวเช่นกัน เมื่อเยาวชนใช้กันมากขึ้นจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ไม่น้อย  เพราะจะพูดกันไม่รู้เรื่อง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรแก้ที่ต้นเหตุ คือ การที่เด็กไม่อ่านหนังสือจะดีกว่า ถ้าแก้ได้ก็จะทำให้การใช้ภาษาไทยแบบผิดเพี้ยนไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้การใช้ภาษาไทยแบบแอ๊บแบ๊วในการแชทท ในโลกไซเบอร์อาจไม่ใช่วิกฤติของภาษาซะทีเดียว  แต่การไม่อ่านหนังสืออาจเป็นเรื่องที่น่ากังวลยิ่งกว่าด้วยซ้ำไป 
            อย่างไรก็ตาม การรักษาภาษาไทยที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของไทยที่มีมาแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง  นั้นเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน  โดยเฉพาะเยาวชนที่จะต้องช่วยกันและหันมาเอาจริงเอาจังกับการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง  ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะใช้ภาษาที่สลับแสลงและทำให้ภาษาที่มีมาแต่บรรพบุรุษของเราวิบัติไป   และในฐานะที่เราก็เป็นคนไทยจึงอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคนช่วยกันรณรงค์ให้ใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง ช่วยกันสืบต่อให้คนรุ่นหลังของเราได้ใช้ภาษาไทยต่อไป   การที่จะฝึกฝนหรือสอนให้เด็กๆพูด อ่าน หรือขียนภาษาไทยให้ถูกต้องนั้น คงจะง่ายขึ้นมากหากเราสามารถปลูกฝังให้พวกเขามีความรู้สึกหวงแหนภาษาไทย หวงแหนความเป็นไทย  ซึ่งเป็นมรดกของชาติ เพราะเรามีทั้งภาษาพูด และภาษาเขียนที่เป็นของเราเอง เพื่อที่วันข้างหน้าพวกเขาจะเติบโตขึ้นเป็นเยาวชนไทยที่สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง มีบุคลิกภาพที่ดี และสามารถอวดเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ศัพท์การแชตของวัยรุ่น



ตัวอย่างการใช้ภาษาวิบัติ

https://www.youtube.com/watch?v=mClJxd8DNhM

ภาษาวิบัติ

ภาษาวิบัติ 
อาทิเช่น
"อารัย" = อะไร ไม่ใช่ อาลัย
"ที่นั้น" = ที่นั่น เป็นการผันวรรณยุกต์ที่ผิด
"นะค่ะ" = นะคะ ผันวรรณยุกต์ผิดเช่นกัน
"คับผม" = ครับผม อาจเกิดจากการรีบพิมพ์ ขอให้ออกเสียงได้เป็นพอ
"หรอ" = เหรอ ไม่ใช่ หรอจาก "ร่อยหรอ"
"แร้ว" = แล้ว ไม่ใช่ "แร้ว" ที่แปลว่ากับดักนก
"งัย" = ไง
"เกมส์" = เกม ไม่ต้องเติม ส์
"เดล" = เป็นคำภาษาอังกฤษจากคำว่า "Deal" อ่านว่า "ดีล"
"สาด" = สัตว์ เป็นศัพท์วัยรุ่น ลากเสียงให้ยาวขึ้นเพื่อเลี่ยงระบบกรองคำหยาบ
"กวย" = เช่นเดียวกับคำด้านบน เปลี่ยนพยัญชนะเพื่อเลี่ยงระบบ
"ไฟใหม้" = ไฟไหม้
"หวัดดี" = สวัสดี ไม่ใช่ การเป็นหวัดเป็นเรื่องที่ดี
"สำคัน" = สำคัญ บางทีอาจจำสลับกับ "สังคัง" ที่เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง
"สัสดี" = ทหารยศหนึ่ง เข้าใจว่าพิมพ์ผิดจากคำว่า "สวัสดี"
"555" = เสียงหัวเราะ มาจาก"ฮ่าๆๆ" ดัดแปลงมาเป็น"ห้าห้าห้า"
    เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของการใช้คำไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย ซึ่งสาบานได้ ให้ตายเถอะ...
และเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าคำเหล่านี้ได้ถูกนนำมาใช้ในแวดวงวรรณกรรม นับเป็นฝันร้ายของวงการน้ำหมึกอย่างแท้จริง
     ภาษา Emotical ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของวัยรุ่น เราสามารถพบเห็นมันได้ในฟอร์เวิร์ด ถ้าหากมองในแง่ของวัฒนธรรมแล้ว Emotical ก็นับเป็นมิติใหม่ของภาษาที่ถูกใช้ไปทั่วโลกหากจะว่ากันตามจริงแล้วมันถือเป็นวัฒนธรรมของโลกยุคใหม่เลยทีเดียว
ตัวอย่างเช่น
: ) = ยิ้ม
XD = ยิ้มดีใจสุดๆ
; ) = ยิ้มขยิบตา
-_- = ทำหน้าตาเบื่อโลก
-_-; = ทำหน้าตาเบื่อโลกและเหงื่อตก
-_-; ,,|,, = ทำหน้าตาเบื่อโลก เหงื่อตกและชูนิ้วกลาง
OTL = ลงไปนั่งคุกเข่าอย่างท้อแท้
/gg = giggle หรือหัวเราะขำขัน
[๐ ๐] = C = เมก้าซาวะ 

นิทานสอนใจ"การใช้คำไทยผิด"

https://www.youtube.com/watch?v=gH4xCt9OBiI

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ภาษาแชต

ภาษาแชต 
ภาษาแชต (chatspeak) คือ รูปแบบการใช้ภาษาที่เน้นการสนทนาแบบเป็นกันเอง ไม่ใช้อักขรวิธีทางการ มักปรากฏในรูปของข้อความที่พิมพ์ผ่านแป้นอักขระ ภาษาแชตปรากฏให้เห็นอยู่ตามที่ต่าง ๆ บนโลกไซเบอร์ อาทิเช่น กระทู้ในกระดานข่าวสาร สารที่ส่งผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์ หรือข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ
ภาษาแชตเหล่านี้เกิดขึ้นจากหลายทางเช่น ความรีบเร่ง การระบายอารมณ์ การอยากลองสิ่งแปลกใหม่ การตามเทรนด์ และที่สำคัญคือ ความรวดเร็ว การแชตต้องการความรวดเร็ว ต้องการเพียงสื่อความหมายกันเท่านั้น บางครั้งที่จะระบายอารมณ์ มักจะกดแป้นแรง ๆ ค้าง เช่น เบื่อออออออออออออออออโว้ยยยยยยยยยยย เป็นต้น และมักจะตัดวรรณยุกต์ออก เพื่อความรวดเร็ว จนเกิดความชินแล้วใช้ต่อเรื่อยมา
ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาไทยยังไม่ให้การยอมรับภาษาแชตนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการบิดเบือนภาษาไทยและอาจทำให้ผู้ที่พบเห็นเข้าใจผิดได้ แต่ผู้ที่เขียนบางกลุ่มกล่าวว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป ภาษาก็เปลี่ยนไป บางกลุ่มกล่าวว่า ใช้แค่เพียงในการแชตเท่านั้น ในชีวิตจริงก็ใช้ภาษาที่ถูกต้อง ซึ่งทางที่ดีควรใช้ภาษาที่ถูกต้องหากไม่ลำบากจนเกินไป
ผู้ต่อต้านภาษาแชตบางกลุ่มกล่าวว่าจะทำให้ภาษาวิบัติ ในขณะเดียวกันบางกลุ่มก็เห็นว่าไม่ถึงขนาดวิบัติ แค่เพียงผิดเพี้ยน แต่ทุกกลุ่มที่ต่อต้านภาษาแชตเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ควรรีบแก้ไขเลิกพูดเสียก่อนที่จะสายเกินแก้ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจและมีการใช้แพร่หลายขึ้นเรื่อย ๆ หรือเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว กระแสนี้จะลดลงเพราะมีคนใช้มากและใช้กันมานาน กลุ่มผู้ต่อต้านหลายคนคาดหวังว่าความนิยมใหม่อาจเป็นการพิมพ์ให้ถูกต้อง ซึ่งได้มีการรณรงค์กันพอสมควรในบางเว็บบอร์ด เช่น ผู้ใช้บางคนมีนโยบายไม่ตอบคำถามให้กับผู้ที่ถามโดยใช้ภาษาแชตและภาษาวิบัติ

 ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%95

การเปลี่ยนแปลงในภาษาไทย

การเปลี่ยนแปลงในภาษาไทย
ภาษาเปลี่ยนแปลงในลักษณะของการออกเสียง คำศัพท์ รูปแบบ และลักษณะอื่นอื่นตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป ภาษาที่เปลี่ยนไปเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มคนที่ใช้ภาษาไทย
สื่อและการกระจายตัวของประชากรเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงของภาษา จะเห็นได้ว่ามีคำศัพท์จากทางภาคต่างๆ ในประเทศไทยเริ่มใช้กันข้ามภาคในประเทศไทย เช่นคำศัพท์จากทางภาคกลางมีการเริ่มใช้กันมากทางภาคเหนือ และภาคใต้เนื่องจากทุกคนได้ดูรายการโทรทัศน์ ที่เสนอภาษาจากทางภาคกลาง ในขณะเดียวกันกลุ่มคนภาคกลางได้เริ่มใช้ภาษาจากทางภาคอีสานมากขึ้น เมื่อมีรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับคนที่อาศัยในภาคอีสาน ภาษาต่างประเทศเช่นภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในทางศัพท์วิชาการและศัพท์ทางคอมพิวเตอร์ มากขึ้นเช่นกัน
กลุ่มเฉพาะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาของภาษา คำศัพท์ใหม่ใหม่เกิดขึ้นมากโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น มีภาษาเฉพาะของกลุ่ม เมื่อภาษาเกิดมีการใช้กันใหม่ ทำให้มีคำศัพท์ใหม่นิยามขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อหมดการใช้ของคำศัพท์นั้นนั้น ภาษานั้นก็จะตกรุ่นและหมดความนิยมไป ยกตัวอย่างเช่นคำว่า จ๊าบ ที่เคยมีการใช้กันในหมู่วัยรุ่น และเริ่มนิยมกันมากเมื่อสื่อนำไปใช้ในรายการโทรทัศน์ มีการถกเถียงเรื่องของภาษาวัยรุ่นที่ไม่นับว่าเป็นภาษาไทยกันมาก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทุกคนใช้ภาษาเดียวกันและมีการสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน ย่อมถือได้ว่า ภาษาที่เกิดขึ้นมาใหม่ไม่ว่าจากวัยรุ่นหรือนักวิชาการ ยังคงเป็นภาษาไทย


ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2

ลักษณะและตัวอย่างของภาษาวิบัติ

ลักษณะและตัวอย่าง
สะกดผิดได้ง่าย เป็นรูปแบบของคำที่มีการสะกดผิด ซึ่งเกิดจากคำที่มีการผันอักษรและเสียงไม่ตรงกับรูปวรรณยุกต์
·         สนุ๊กเกอร์ (สนุกเกอร์)
·         โน๊ต (โน้ต)
สะกดผิดเพราะขี้เกียจพิมพ์ หรือเร่งรีบ
·         โทสับ (โทรศัพท์)
คำที่สะกดผิดเพื่อให้แปลกตา
·         นู๋ (หนู)
·         ชะมะ,ชิมิ,ชะ (ใช่ไหม)
·         มว๊าก,ม๊วฟ (มาก)
·         ป่าว , ป่ะ, ปล่าว (เปล่า)
·         คัย, ไค, ครัย (ใคร)
·         เตง, ตะเอง (ตัวเอง)
·         เก๊า, เก๊าท์ (เขา)
·         เทอ, เทอร์ (เธอ)
·         ค้ะ , คร๊ , คร้ะ , ค่า , ค้า (ค่ะ)
·         คร้าบ , คับ , คัฟ , คร๊าฟ,ครัช,ครัส (ครับ)
·         บร๊ะ (พระ)
·         เกรีeu (เกรียน)
·         uou (นอน)
·         Inw, เมพ (เทพ)
·         กำ (กรรม)
·         ถ่าม (ถาม)
·         จุงเบย (จังเลย)
·         ไข่ตุ้ม (ไข่ต้ม)
·         ฝัร,ฝรร (ฝัน)
·         ขรรม (ขำ)
คำที่สะกดผิดเพื่อแสดงอารมณ์
·         เป็นอะไร เปงราย, เปนรัย, เปงรัย
·         ทำไม ทามมาย, ทามมัย
·         จังเลย จังรุย, จังเยย, จุงเบย
·         บอกตรง ๆ บ่องตง
·         นิดนึง นิสนึง, นิสนุง
·         น่ารำคาญ น่ามคาน
·         สุด ๆ ฝุด ๆ
·         ไม่รู้ มะรุ
คำที่สะกดผิดเพื่อลดความหยาบของคำ หรืออาจใช้หลีกเลี่ยงการกรองคำหยาบของซอฟต์แวร์
·         กู กรู, กุ, กรุ
·         มึง มรึง, เมิง, มืง
·         ไอ้สัตว์ ไอ้สาด, ไอ้สัส, ไอสัก
·         โคตร โคโตะ, โคด , โครต ,โคตะระ
·         พ่อมึงตาย พ่องจาย, พ่องตาย
·         เหี้ย เห้ , เชี่ย
·         แม่ง แมร่ง
·         ควาย ฟาย
·         เควี่ย ควาย, เชี่ย, เห้
คำเลียนเสียง โดยส่วนใหญ่จะเพิ่มทัณฑฆาต หรือซ้ำตัวอักษร
·         อ๊าย แอร๊ยย, อร๊ายยย, อั้ยยะ
·         กรี๊ด กี๊สส
·         โฮก โฮกกก (ซ้ำ ก)
·         เกม เกม
·         มัน มันส์
ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4


ความหมายของภาษาวิบัติ

ภาษาวิบัติ เป็นคำเรียกของการใช้ภาษาไทยที่เปลี่ยนแปลงไป และไม่ตรงกับกับหลักภาษาในด้านการสะกดคำคำว่า 'ภาษาวิบัติ' ใช้เรียกรวมถึงการเขียนที่สะกดผิดบ่อยรวมถึงการใช้คำศัพท์ใหม่หรือคำศัพท์ที่สะกดแปลกไปจากเดิมคำว่า "วิบัติ" มาจากภาษาบาลี หมายถึง พินาศฉิบหาย หรือความเคลื่อนทำให้เสียหาย
ในประเทศไทย มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาเด็กไทยขาดการศึกษารวมถึงปัญหาภาษาวิบัติทำให้เด็กไทย ไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ในขณะเดียวกันได้มีการใช้คำว่าภาษาอุบัติแทนที่ภาษาวิบัติที่มีความหมายในเชิงลบ โดยภาษาอุบัติหมายถึงภาษาที่เกิดขึ้นมาใหม่ ตอบสนองวัฒนธรรมย่อย เช่นเดียวกับภาษาเฉพาะวงการที่เป็นศัพท์สแลง
ทั้งนี้ การเปิดใช้พจนานุกรมเพื่อค้นหาคำที่ควรใช้ให้ถูกต้องอาจเป็นทางเลือกที่ดี ทางบัณฑิตยสถานได้กำหนดคำที่ใช้อย่างเป็นทางการหรืออยู่ในรูปแบบมาตรฐาน หากใช้ผิดอาจกลายเป็นคำวิบัติได้ ซึ่งคำวิบัติไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของภาษาแต่อย่างใด เป็นเพียงการใช้ภาษาให้แตกต่างจากปกติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรืออาจใช้จากรุ่นสู่รุ่นไปจนกว่าคำวิบัตินั้นจะหายไปจากสังคมนั้น ๆ
นิธิ เอียวศรีวงศ์ ว่า ภาษาวิบัติเป็นการเปลี่ยนแปลงของภาษาที่ผู้ใหญ่ในสังคมไม่ชอบ แม้ภาษาจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ผู้ใหญ่ไม่ชอบให้ภาษาเปลี่ยน การให้เหตุผลว่าภาษาไทยไม่ควรเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นภาษาของชาติที่มีความศักดิ์สิทธิ์ นิธิเห็นว่าเป็นเหตุผลแบบไสยศาสตร์ ไม่ค่อยน่าฟัง นิธิยังเห็นว่า ปัญหาของภาษาไทยในปัจจุบันคือ การใช้ภาษาไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ไวยากรณ์ การใช้ศัพท์หรือการเรียบเรียง เป็นต้น และการไม่ศึกษาภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปนี้เองที่จะเป็นเหตุให้เกิด "ภาษาวิบัติ"
เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ช่วงที่มีผู้สร้างภาพยนตร์ไปตั้งเป็นชื่อ หอแต๋วแตกแหวกชิมิ กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตประเภทวรรณศิลป์ สาขาวิชาภาษาไทย ระบุ คำว่า "ชิมิ" หากเป็นการใช้ภายในกลุ่มก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นการล้อกันเล่นซึ่งเป็นปกติของภาษา และจะเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่การนำไม่ใช้เชิงสาธารณะดังที่ไปตั้งเป็นชื่อภาพยนตร์ ถือว่าไม่เหมาะสมนัก เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 กนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน กล่าวว่า สถานการณ์ภาษาไทยในปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นวิกฤต และวัยรุ่นใช้ภาษาแช็ตเฉพาะบนอินเทอร์เน็ต และสื่อสารภายในวัยรุ่นเท่านั้น ยังไม่พบนำมาใช้ในการเขียนหรือการทำงานแต่อย่างใด
ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4